การจัดการซัพพลายเชนเพื่อเพิ่มผลิตภาพที่ถูกต้อง

Supply-chain-pic

ธุรกิจทุกวันนี้การจัดการตัวเองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เสียเปล่าน้อยที่สุดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการจัดการภายในองค์กรที่ดีจะทำให้งานเดินหน้าอย่างเป็นระบบ เสียเปล่าน้อยนั่นหมายถึงเราเสียต้นทุนน้อยที่สุดด้วย หนึ่งในหัวข้อที่จะช่วยเหลือเรื่องดังกล่าวได้ก็คือ การจัดการซับพลายเชน เรื่องนี้คืออะไร แล้วมีผลอย่างไรต่อการเพิ่มผลผลิตบ้างเรามาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน

การจัดการซัพพลายเชน คืออะไร

คำว่า ซัพพลายเชน แปลเป็นไทยว่า ห่วงโซ่อุปทาน หมายถึง การบริหารจัดการกระบวนการตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงมือลูกค้าไว้อย่างเป็นระบบระเบียบเพื่อให้การบริหารจัดการทุกขั้นตอนเป็นระเบียบ เสียเปล่าน้อยที่สุด เดิมทีเรื่องนี้ทฤษฏีเดิมจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องตัวบริษัทของตนเองเป็นหลัก ตัวเลขงบดุล กำไรขาดทุนเป็นเรื่องสำคัญ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่อย่างนั้น มีการเพิ่มความสำคัญของเวลามากกว่า คิดง่ายๆ ว่าส่งของในราคาที่ถูกกว่า ไม่สู้ส่งของในเวลาที่เร็วกว่าแล้วในตอนนี้ อีกเรื่องเมื่อก่อนอาจจะคำนวณเพียงแค่บริษัทของตัวเองเท่านั้น แต่ว่าตอนนี้ต้องคำนวณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเลยตั้งแต่ราคาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต กระบวนการแพ็คของ การตลาด จนถึงระบบขนส่งถึงมือลูกค้า ทุกอย่างต้องคำนวณทั้งหมด โดยการจัดการซัพพลายเชนนั้นมีปัจจัยอะไรบ้าง

การบูรณาการข้อมูลในองค์กร

เรื่องข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมากของการจัดการซัพพลายเชน ข้อมูลที่ดีจะทำให้การตัดสินใจทำได้มากขึ้น รวมถึงการวางแผนระบบซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลสูงสุด ทีนี้การจะได้ข้อมูลเหล่านั้นต้องมีการทำสิ่งที่เรียกว่า การบูรณาการข้อมูลในองค์กร ทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับวางนโยบาย ถึงระบบปฏิบัติการจะต้องมีการส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน จนเกิดเป็นฐานข้อมูลขององค์กรทั้งหมด ยิ่งถ้าได้การรวบรวมที่ดี มีการสรุปอย่างชัดเจนเป็นวิทยาศาสตร์ ยิ่งทำให้เรามองเห็นข้อมูลนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างการบูรณาการข้อมูลในองค์กร ฝ่ายขายดูแลเรื่องของยอดขาย สัดส่วนการขาย ช่องทางจัดจำหน่าย เจ้าหน้าที่การตลาดประสานงานลูกค้า โรงงาน โรงเก็บสต็อกของ ฝ่ายการผลิตส่งข้อมูลเรื่องจำนวนการผลิต รูปแบบการผลิต คุณภาพของสินค้า กำลังการผลิต คลังสินค้าส่งข้อมูลเกี่ยวกับของในสต็อก การจัดเรียง การควบคุมสต็อก และการขนส่งเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการส่งมอบสินค้า ทั้งหมดนี้จะทำให้ฝ่ายกำหนดบริหาร และกำหนดนโยบาย มองเห็นจุดบอด จุดอ่อนของทั้งระบบว่าจะแก้ตรงไหนได้บ้าง

Supply-chain

สร้างความร่วมมือกัน

ความสามัคคีเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากที่จะผลักดันในองค์กรเดินหน้าได้ ยิ่งเราต้องการความร่วมมืออย่างมากจากทุกคนในองค์กร เพื่อสร้างผลงานที่ดีที่สุดภายใต้ความรับผิดชอบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผลิตร่วมมือกับฝ่ายจัดจำหน่ายเพื่อวางแผนการผลิต การตลาด การขาย จะได้ตอบสนองต่อลูกค้าได้มากที่สุด

การเชื่อมโยงระหว่างองค์กร

อย่างที่บอกไปว่า การจัดการซัพพลายเชน ในยุคนี้ไม่ได้คิดแต่แค่ตัวเองเท่านั้น ต้องมองภาพทั้งระบบแบบองค์รวมเลย อย่างเราทำธุรกิจขายของออนไลน์ ไม่ได้มองแต่การมองหาร้านค้าที่จะเอามาขายเท่านั้น ราคาต้นทุนอย่างเดียวไม่พอ อาจจะต้องมองถึงบริษัทที่จะมาส่งของให้เราด้วย จะเลือกส่งของผ่านอะไรก็ต้องเลือกให้ดี ระบบขนส่งต้องทั้งเร็ว ดี และของไม่เสียหายระหว่างทางด้วย ยิ่งถ้าเราได้ทำ MOU กับระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุน หรือ เพิ่มเวลาในการไปส่งของให้ส่งตอนดึกหรือนอกเวลาได้ ยิ่งทำให้เราได้เปรียบกว่าเยอะ

ซัพพลายเชน เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างมากในการปรับตัวสู้ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจอันดุเดือดในตอนนี้ องค์กรไหนที่ยังไม่ได้ปรับตัว เราขอแนะนำให้ศึกษาแล้วเปลี่ยนเลยก่อนจะไม่ทันเวลา อย่าลืมโลกของธุรกิจหากอยู่กับที่เท่ากับถอยหลังเสียแล้ว